ข้อมูลทั่วไป
      สภาพทั่วไป
      ประวัติ อบต.ท้อแท้
      ตราสัญลักษณ์ อบต.
      วิสัยทัศน์
      สภาพเศรษฐกิจ
      สภาพทางสังคม
      ศักยภาพของท้องถิ่น
      คณะผู้บริหารและสมาชิก
      ผู้บริหาร
      สมาชิกสภา อบต.
      สำนักงานปลัด
      ส่วนการคลัง
      ส่วนโยธา
      การดำเนินงานของอบต.
      แผนดำเนินงาน
      แผนพัฒนาสามปี
      ผลงานปีที่ผ่านมา
      ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา
      รายรับจริงย้อนหลัง 3 ปี
      ข้อมูลสำหรับประชาชน
      คำร้องทั่วไป
      คำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้จำหน่ายหรือเร่ขายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ
      คำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร
      คำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี
      คำร้องขอหมายเลขประจำบ้าน
      ส่วนสำนักงานปลัด
      ส่วนการคลัง
      ส่วนโยธา
      ส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
      กฏและระเบียบต่างๆ
      พระราชบัญญัติ
      กฏระเบียบกระทรวง
      การเบิกจ่ายและรักษาเงิน
      การตั้งงบประมาณ
      สถานที่สำคัญของตำบล
      อาชีพและของดีประจำตำบลท้อแท้
      วัดสันติวนาราม
      วัดสวนป่า
      วัดนอก
      วัดทองแท้
      วัดคุ้งใหญ่
      วัดคงกระบาก
      วัดเหล่าขวัญ
      สินค้าประจำตำบล
    ร้องเรียน-ร้องทุกข์
     เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไซด์
 

[ สภาพทั่วไป ] 
      

สภาพทั่วไป

        สภาพทั่วไป
        ที่ตั้ง
                องค์การบริหารส่วนตำบลท้อแท้ตั้งอยู่ในเขตอำเภอวัดโบสถ์   5/1  หมู่ที่  1  ตำบลท้อแท้  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 44 ตารางกิโลเมตรตามลักษณะภูมิศาสตร์ จัดอยู่บริเวณทางทิศใต้ของอำเภอวัดโบสถ์  อยู่ห่างจาก                   อำเภอวัดโบสถ์  ประมาณ  5  กิโลเมตร  และห่างจากจังหวัดพิษณุโลก  ประมาณ  25  กิโลเมตร
        เนื้อที่
                ตำบลท้อแท้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มสองฝั่งแม่น้ำแควน้อ ยพื้นที่ในการเกษตรประมาณ  23,968  ไร่  พื้นที่สาธารประโยชน์  106  ไร่  พื้นที่อยู่อาศัยประมาณ  3,426  ไร่  รามพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ  27,500  ไร่
       ภูมิประเทศ
                ตำบลท้อแท้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มสองฝั่ง แม่น้ำแควน้อยพื้นที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก 
       จำนวนหมู่บ้าน  8  หมู่บ้าน
               จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล  เต็มทั้ง  5  หมู่บ้าน  ได้แก่  หมู่ที่  1,5,6,7,8
               -  จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล  บางส่วน  3  หมู่บ้าน  ได้แก่  หมู่ที่  2,3,4
                   หมู่ที่ 1 ชื่อบ้านท้อแท้    นายลำจวน    บัวบานแย้ม    กำนันตำบลท้อแท้
                   หมู่ที่ 2 ชื่อบ้านท่าช้าง   นายเลี่ยน       ทองอยู่     ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  2
                   หมู่ที่ 3 ชื่อบ้านเหล่าขวัญ  นายเรียบ        พูลหน่าย     ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  3
                   หมู่ที่ 4 ชื่อบ้านเหล่าขวัญ   นายนฤทธิ์    เขียวหอม  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  4
                   หมู่ที่ 5 ชื่อบ้านท้อแท้    นายวิโรจน์    บุญส่งแท้     ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  5
                   หมู่ที่ 6 ชื่อบ้านดงกระบาก  นาลำเพย บวบดี      ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  6
                   หมู่ที่ 7 ชื่อบ้านหนองมะคัง   นางมานพ      อินทร์แก้ว    ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  7
                   หมู่ที่ 8 ชื่อบ้านท่ากระดุน  นายอุไร        นิ่มบัว     ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  8
         ประชากร
                   ประชากรทั้งสิ้น  4,466  คน  ชาย  2,200  คน  หญิง  2,266  คน  จำนวนครัวเรือน  1,355  ครัวเรือน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย  102 คน / ตารางกิโลเมตร
        อาณาเขตตำบลท้อแท้
                      ทิศเหนือ จดตำบลวัดโบสถ์   อำเภอวัดโบสถ์
                  ทิศใต้ จดตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก
                  ทิศตะวันออก จดตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์
                  ทิศตะวันตก จดตำบลพรหมพิราม ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม
                   ประชากรของตำบลท้อแท้สามารถไปมาหาสู่และติดต่อกับชุมชนอื่นๆได้ สะดวกสบายมีถนนลาดยางจากตัวจังหวัดพิษณุโลก – แควน้อย – วัดโบสถ์ ชึ่งมีรถโดยสารประจำทางวิ่งรับส่งผู้โดยสารทุกชั่วโมง สายที่สองคือสายพิษณุโลก – เต็งหนาม – บ้านสระโคล่ – ท้อแท้ – วัดโบสถ์ ถนนสายนี้ยังไม่มีรถโดยสารประจำทาง
                   การเขียนประวัติความเป็นมาของตำบลท้อแท้ในเรื่องชาติพันธ ์ของคน ในชุมชนตลอดจนตั้งถิ่นฐานนั้นมีทางผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ง่าย เพราะว่าไม่มีจารึกหรือหลักฐานอื่นใดที่เป็นเครื่องยืนยันได้ดั งนั้นการ เขียนเรื่องนี้จึงมาจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุภายในตำบลท้อแท้ป ระการแรก พิจารณาจากโบราณสถานโบราณวัสถุที่มีอยู่ในท้องถิ่นตลอดจนสำเนีย งภาษาของคนในตำบลท้อแท้และใกล้เคียง แล้วนำมาเป็นข้อสันนิษฐานว่าน่าจะมีความเป็นมาอย่างไร สุจิต ตีวงษ์เทศ ได้เขียนไว้หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 1293 ตอนหนึ่งความว่า “ บรรพบุรุษของไทย เป็นชนกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย – ลาว อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง ต่อมาได้เคลื่อนย้ายไปๆ มาๆ และลงสู่ลุ่มแม่น้ำน่าน แม่น้ำยมทางอำเภอเชียงคานจังหวัดเลยเข้าเขตเมืองนครไทยทางลุ่มแ ม่น้ำแควน้อย อันเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำน่าน ( แควใหญ่ ) “
                   จากหลักฐานข้างต้นพอจะสันนิษฐานได้ว่า ชาติบรรพบุรุษของตำบลนี้มิได้เคลี่อนย้ายมาจากไหนหากแต่มีถิ่นฐ านบ้านเรือนอยู่แถบนี้เองพวกที่สอง คงจะเป็นคนไทยในตระกูลไทย – ลาว ที่อพยบเคลื่อนย้ายไปมา แล้วเข้าสู่ลุ่มแม่น้ำแควน้อยดังกล่าว เมื่อพบที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ของทั้งสองฝั่งแม่น้ำแควน้อยก็พากั นจับจองพ้นที่ทำมาหากินและตั้งบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งอยู่รวมกั บผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนแล้วรวมถึงในท้องที่ตำบลท้อแท้ ตำบลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกนี้ด้วย
                   ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ของตำบลท้อแท้มีลักษณะเป็นที่ราบ มีพื้นที่การทำนาเป็นส่วนใหญ่ มีแม่น้ำสำคัญ คือแม่น้ำแควน้อย ชึ่งเปรียบเสมือนสายโลหิตหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวตำบลท้อแท้โดยไห ลผ่านหมู่บ้านต่างๆจากเหนือไปใต้ คือหมู่ที่ 3 บ้านเหล่าขัวญ หมู่ที่ 4 บ้านเหล่าขวัญ หมู่ที่ 2 บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 1 บ้านท้อแท้ หมู่ที่ 5 บ้านท้อแท้และหมู่ที่ 8 บ้านกระดุน ราษฎรได้อาศัยเป็นแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรตลอดจนอุปโภคบริโภค
                   ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะของลมฟ้าอากาศของตำบลท้อแท้มี3ฤดู คือฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนตุลาคม ฤดูหนาวเริ่ทตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ สภาพทั่วไปอากาศค่อนข้างร้อนโดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี จะร้อนมากโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35-39 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน ในฤดูหนาวมีอุณหถูมิเฉลี่ยประมาณ 18-20 องสาเซลเซียส
การประกอบอาชีพของราษฎรตำบลท้อแท้ในอดี
                   1. การทำนา ประชากรประมาณร้อยละ 90มีอาชีพทำนา และทำนาปี ด้วยพันธ์ข้าวหลายชนิดโดยจะทำนาปี ปีละหนึ่งครั้ง โดยอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล ทำนา มักจะได้ผลสมบูรณ์ดี บางรายมีพื้นที่นาอยู่ใกล้ หนอง บึง ก็จะทำระหัดสำหรับวิดน้ำเข้านาเพื่อใช้ในการทำนา การทำนา ในสมัยนั้นใช้แรงงาน วัว ควาย สำหรับในการทำนา คราด ไถ และเป็นการทำนาแบบพึ่งตนเอง และพึ่งพาอาศัยกันในระหว่างเพื่อนบ้าน เน้นการทำมาหากินให้พอพียง หากเหลือจากการบริโภคจึงจะนำไปขายหรือแลกเปลี่ยนกัน
                   2. การเล้ยงสัตว์ สัตว์ที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็น วัว ควาย และเป็นการเลี้ยงไว้ใช้แรงงานเพื่อทำการเกษตร โดยอาศัยแหล่งน้ำและอาหารตามธรรมชาติในการเลี้ยงสัตว์ ด้วยการไล่ต้อนวัว ควาย ให้ไปกินหญ้าตามท้องไร่ท้องนา ครั้นเวลาตอนเย็นก็ไล่ให้ลงไปกินน้ำในแม่น้ำแควน้อย หากหมู่บ้านใดอยู่ห่างไกลจากแม่น้ำก็กินน้ำในหนอง บึง ในบริเวณหมู่บ้านนั้นๆ นอกจากเลี้ยง วัว ควายแล้ว ยังเลี้ยงไก่พันธ์พื้นเมืองไว้เป็นอาหารแทบทุกบ้าน การเลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติคือปล่อยให้ไก่ออกไปหากินเองหากจะให้อ าหารเสริมก็เพียง หว่านโปรยข้าวสุก ข้าวเปลือก หรือเศษอาหารให้กินเท่านั้น ส่วนเล้าไก่ก็จะทำไว้ข้างบ้านใกล้กับที่อยู่อาศัย
                  3. การทำไร่ทำสวน ได้แก่ การทำสวนกล้วย สวนมะม่วง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านพัก ไม่ไกลมาก และทำกันเพียงเล็กน้อย ส่วนการทำไร่ข้าวโพด ไร่มันสัปะหลัง แต่ก็ทำกันไม่มากนัก
การประกอบอาชีพของราษฎรตำบลท้อแท้ในปัจจุบัน
                 หลังปี พุทธศักราช 2500 เป็นต้นมา ลักษณะการประกอบอาชีพและการทำมาหากินทางด้านการเกษตรของราษฎรไม ่ว่าจะเป็นการทำนา ทำไร่ ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ ได้เปลี่ยนแปลงไปเริ่มมีการใช้แรงงานสัตว์ลดน้อยลงตามลำดับ จนแทบไม่มีให้เห็น โดยหันไปใช้เครื่องจักรกลแทนแรงงานสัตว์ เช่นรถไถเล็กเดินตาม รถแทรกเตอร์ไถนา รถเก็บเกียวซึ่งสามารถนวดออกมาเป็นเมล็ดข้าวเปลือกเลย ในปัจจุบันชาวนาจะทำได้ปีละ 2-3 ครั้ง เพราะสามารถอาศัยน้ำทำนาจากเขื่อนนเรศวร โดยเฉพาะผู้ที่ทำนาในหมู่บ้านทุ่งสาน นอกจากนี้ยังมีหน่ยวสูบน้ำของสหกรณ์ผู้ใช้น้ำ ชึ่งมีเกือบทุกหมู่บ้าน จะสูบน้ำจากแม่น้ำแควน้อยเข้าสู่ไร่นาของเกษตรกร ในปัจจุบันชาวนาจะใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดวัชพืช เช่นยาฆ่าหญ้า ยาปราบศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลง ใช้ปุ๋ยฮอร์โมนสำหรับบำรุงตันข้าวให้เจริญเติบโต ย่อมทำให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก จนมีคนพูดกันว่า “ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้”  
                “ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง” ส่วนการเลี้ยงสัตว์ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ปัจจุบันนี้เกษตรกรหลายรายเลี้ยงวัว ควายไว้เพื่อขายให้กับพ่อค้าเพื่อนำไปขายอีกค่อหนึ่ง ส่วนสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ มี หมู เป็ด ไก่ ซึ่งแต่เดิมนั้นเลี้ยงไว้เพื่อบรโภคอาหาร ในปัจจุบันโรงเรือนใหญ่โตในการเลี้ยงไก่ ไก่พันธุ์เจริญเติบโตเร็วครั้งละมากๆและเลี้ยงด้วยอาหารไก่ชนิด เม็ดมีสารอาหารทำให้เจริญเติบโตเร็วสามารถจำหน่ายได้ภายในเวลา 45 วันเท่านั้น

        กำนันตำบลท้อแท้(เท่าที่สืบค้นได้)
                 นายบุญ   บุญส่งแท้
                    นายเผือก   ทองวัฒน์
                    นายแก้ว   ไมตรีจิต
                   ขุนผดุงราษฎร์ผาสุก พ.ศ.2462-2482
                   นายมงคล   ดีอินทร์ พ.ศ.2482-2498
                   นายศิริ   ดีอินทร์ พ.ศ.2498-2520
                   นายบรรจง   บัวบานแย้ม พ.ศ.2520-2530
                   นายลำจาน   บัวบานแย้ม พ.ศ.2530-ปัจจุบัน

        ประวัติหมู่บ้านในตำบลท้อแท้
        บ้านท้อแท้หมู่ที่
                 บ้านท้อแท้หมู่ที่ 1 เป็นหมู่บ้านแรกของตำบลท้อแท้ ตำบลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควน้อยห่างจากตลาดสดเทศบาลตำบลวั ดโบสถ์ ไปทางทิศใต้ตามลำน้ำแควน้อยประมาณ 3 กิโลเมตร
                 การคมนาคม ติดต่อกับชุมชนอื่นๆ ค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะมีถนนลาดยาง สายพิษณุโลก แควน้อย-วัดโบสถ์ ตัดผ่านหมู่บ้าน ประชาชนจะเดินทางไปจับจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในตัวเมืองพิษณุโ ลก หรือตลาดวัดโบสถ์ โดยรถโดยสารประจำทางรับส่งผู่โดยสารตลอดเวลา จากการสัมภาษณ์ ประวัติหมู่บ้านจากผู้สูงอายุ อาทิ กำนัน ศิริ ดีอินทร์ อายุ 91 ปี อดีตกำนันตำบลท้อแท้ ให้ข้อมูลว่า ได้รับฟังการบอกเล่าจากบรรพบรุษ ว่า เหตุที่ หมู่นี้มีนามว่า “ท้อแท้” เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นเวลาจะไปไหนก็จะเดินไป และไปมาหาสู่กันทางน้ำ และในช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านหมู่บ้านนี้มีความคดเคี้ยวมาก ถนนหนทางก็จะสร้างตามลักษณะคดเคี้ยวตามลำน้ำไปด้วยเช่นกัน การสัญจรไปมาของคนในสมัยนั้นก็มักจะใช้เรือพายหรือเรือแจวไป หรือไม่ก็เดินไปตามถนนที่คดเคี้ยว เมื่อผ่านมาถึงหมู่บ้านนี้ก็มักจะเกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ท้อแท้ เหนื่อยหน่ายผู้คนจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านท้อแท้” ในระยะหลังได้มีเรือยนต์โดยสาร วิ่งรับส่งผู้โดยสาร ระหว่างเส้นทาง วัดโบสถ์-พิษณุโลก เวลาประมาณ 07.00 น. เรือยนต์จะออกจากท่าเรือวัดโบสถ์ วิ่งรับผู้โยสารไปเรือยๆ ตอนบ่ายเวลา 13.00 น. ก็จะรับผู้โดยสารจากท่าเรือพิษณุโลกมายังวัดโบถส์ มีเรือยนต์ที่พอจำชื่อได้เป็นบางลำ เช่น เรือชูวัฒนา เรือกองสุพรรณ และเรือยนต์อีกพวกหนึ่ง รับส่งผู่โดยสาร ระหว่างบ้านคันโช้ง-พิษณุโลก โดยจะออกจากท่าเรือบ้านคันโช้งตั้งแต่ เวลา 07.00 น. และรับผุ้โดยสารเรื่อยไปเช่นกัน และในวันที่เดินทางนั้นจะนอนพักที่ที่ท่าเรือพิษณุโลก ครั้นรุ่งขึ้นวันใหม่ เวลา 07.00 น. เรือจะออกจากท่าเรือพิษณุโลก และจะพักค้างแรมที่ท่าเรือคันโช้ง มีเรอหลายลำ เช่น เรือทวยเทพพิทักษ์ เรืออนุ 1 ส่วนทางบกก็มีรถยนต์สองแถว 1 คัน วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างวัดโบสถ์-พิษณุโลก ถนนหนทางทุรกันดารมากเพราะว่าไม่มีถนนลูกรัง หรือลาดยางอย่างในปัจจุบัน และในสมัยนั้นยังรถยักรยาน 2 ล้อรบจ้าง วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดวัดโบสถ์ ถึงสถานีแควน้อยโดยให้ผู้โดยสารนั่งซ้อนท้ายรถจักรยาน ในราคาเที่ยวละ 5บาท มีรถจักรยานสองล้อรับจ้างประมาณ 7-8 คัน ส่วนใหญ่เป็นคนตำบลวัดโบสถ์ และตำบลท้อแท้อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
                อาชีพ บ้านท้อแท้หมู่ที่ 1 มีพื้นที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มทั้งสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย และบริเวณหลังหมู่บ้านออกไป จะเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ประชาชน ส่วนใหญ่จะทำนาและเป็นการทำนาปี เป็นการทำนาดำ โดยใช้แรงงานสัตว์ คือ วัว ควาย สำหรับไถนา อาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติสำหรับทำนา ในระยะ 40 ปี ที่ผ่านมา มีเครื่องจักรกลใช้ในการทำเกษตรเกิดขึ้น เช่น รถไถนา ทั้งชนิดมือถือเดินตาม รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวข้าวและนวดข้าว ทำให้วิถีชีวิตการทำนาเปลี่ยนแปลงไปด้วย เลิกใช้แรงงานสัตว์เพื่อทำนา ในปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีวัว ควาย จะมีบ้างก็จะเลี้ยงไว้สำหรับขายให้แก่พวกพ่อค้าเพื่อนำไปขายอีก ต่อหนึ่ง การทำนาเป็นการทำนาปีละ 2 ครั้ง โดยอาศัยน้ำจากหน่วยสูบน้ำในพื้นที่สูบน้ำในแม่น้ำแควน้อยเข้าส ู่ไร่นา และน้ำจากแหล่งน้ำเขื่อนนเรศวรอำเภอพรหมภิราม จังหวัดพิษณุโลก ส่งน้ำตามคันคลองส่งน้ำ

        ผู้ใหญ่บ้านท้อแท้หมู่ที่ 1 ตำบลท้อแท้
                 นายบุญ   บุญส่งแท้
                 หมื่นนาถ   นิกรชน
                 นายผิน   ดีอินทร์
                 นายแสวง   ดีอินทร์
                 นายศิริ   ดีอินทร์
                 นายบรรจง   บัวบานแย้ม
                 นายลำจวน   บัวบานแย้ม
       (*นายลำจวน   บัวบานแย้ม กำนันตำบลท้อแท้ ผู้ให้ข้อมูล*)   
         บ้านท่าช้าง หมี่ที่ 2
                 บ้านท่าช้างหมู่ที่ 2 เป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบลท้อแท้ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำแควน้อ ย อยู่ทางทิศใต้ของหมู่ที่ 3 (บ้านเหล่าขวัญ) จากการสัมภาษณ์ ประวัตินามของหมู่บ้านจากผู้สูงอายุในหมู่บ้านคือ คุณครูล้อม มุขบัง อดีตคร฿ประชาบาลตำบลท้อแท้ และคุณลุงล่อน นุชชม อดีตผู้ใหญ่บ้าน ท่าช้าง ว่า แต่เดิมนั้นบริเวณหมู่บ้านเป็นป่ารก หากในปีใดมีฝนน้อยอากาศแห้งแล้ง น้ำที่มีอยู่ในลำห้วย หนอง คลอง บึง น้ำก็จะแห้งไปด้วย ทำให้สัตว์ป่าที่มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่ในบิเรณที่มีป่าทึบ เช่น บริเวณภูเขาขาด ภูเขาน้ำสุด พากันเดินทางมากินน้ำในลำห้วยแควน้อยผ่านหมู่บ้านคลองช้างนี้ ตั้งแต่นั้นมาจึงมีชื่อเรียกว่า “บ้านท่าช้าง”
                การคมนาคม การติดต่อกับชุชนอื่นๆสะดวกสบายมีทั้งถนนลาดยางมะตอยริมแม่น้ำแ ควน้อยต่อเชื่ยมกับถนนลาดยางมะตอยวัดโบสถ์-แควน้อย-พิษณุโลก และถนนลาดยางมะตอยผ่านหลังหมู่บ้านเชื่อมต่อกับถนนสายเอเชีย ณ หมู่บ้านท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

        ผู้ใหญ่บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลท้อแท้
                นายเผือก   ทองวัฒน์  ปัจจุบันเป็นกำนัน
                นายแก้ว   ไมตรีจิต   ปัจจุบันเป็นกำนัน
                นายแจ่ม   น่วมวัฒน์
                นายล่อน   นุชชม
                นายฟู   จันทร์คง
                นายมูล   วุฒิสุวรรณ

 (*นายก้อม มุขมั่น อายุ 80 ปีบ้านท่าช้างหมู่ที่2ตำบลท้อแท้และนายมูล  วุฒิสุวร รณผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่2ผู้ให้ข้อมูล*)
       บ้านเหล่าขวัญ หมู่ที่ 3
                บ้านเหล่าขวัญหมู่ที่ 3 ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำแควน้อย ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำวัดโบสถ์ไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่เดิมนั้นหมู่บ้านนี้มีนามว่าอย่างไรไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด เป็นเพียงบรรพบุรุษเล่าสืบกันมาเท่านั้น จากการสัมภาษณ์ นายศิริ มั่นเหมิน อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านปละนายชื่น มั่นเหมิน ทราบว่าหมู่บ้านนี้แต่เดิมเป็นป่ารก กาลต่อมามีคุณยายขวัญไม่ทราบว่ามาจากไหน ได้เข้ามาจับจองที่ดินเพื่อทำกินและปลูกสร้างบ้านเรือนพร้อมกับ ได้ปลูกต้นตาลไว้เพื่อเป็นแนวเขตของตน แลธในเวลาต่อมามีผู้อพยบเข้ามาทำกินและตั้งถิ่นฐานมากขึ้นตามลำ ดับ จึงมีผู้เรียกหมู่บ้านว่า “บ้านเหล่าขวัญ” น่าจะมีความหมายว่า หมู่บ้านที่เป็นพงศ์เหล่ากอของยายขวัญ อนึ่งเมื่อประมาณ 60 ปีเศษ ผู้เขียนยังเป็นเด็กอายุประมาณ 14 ปี เคยได้ยินชาวบ้านตำบลใกล้เคียงเรียกชื่อบ้านเหล่าว่า”บ้านหลักข วัญ” ก็พอจะมีความหมายใกล้เคียงกัน คือหมายถึงหมู่บ้านที่ยายขวัญมาตั้งหลักแหล่งอยู่ก่อนแล้วนั้นเ อง
                การคมนาคม การไปมาหาสู่ชุมชนอื่นๆ สามารถสัญจรไปมาได้สะดวกสะบาย มีถนนลาดยางมะตอยสายริแม่น้ำแควน้อยตัดผ่านเชื่อมกับถนนวัดโบสถ ์ และถนนลาดยางตัดผ่านด้านหลังหมู่บ้านเชื่อมกับถนนสายเอเชีย ณ ตำบลโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
       ผู้ใหญ่บ้านเหล่าขวัญหมู่ที่ 3 ตำบลท้อแท้
                นายแหยม   โพธิ์ทอง
                นายเรือง   พูลหน่าย
                นายเขียน   พูลหน่าย
                นายโรจน์   พูลหน่าย ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน   พ.ศ. 2547
      (*นายทองย้อย พูลหน่าย  อายุ 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านเหล่าขวัญ ตำบลท้อแท้ *ผู้ใหญ่ให้ข้อมูล)
      บ้านเหล่าขวัญหมู่ที่ 4 ตำบลท้อแท้
                บ้านเหล่าขวัญ หมู่ที่ 4 ตำบลท้อแท้ อำเถอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควน้อย พื้นที่ส่วนเหนือของหมู่บ้านอยู่ในเขตเทศบาล ตำบลวัดโบสถ์และตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับหมู่บ้านเหล่าขวัญหมู่ที่ 3 คนละฝั่งแม่น้ำ แต่เดิมนั้นเป็นหมู่บ้านเดียวกัน ต่อมาทางราชการด้ได้แยกประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนริมฝั่งซ้ายของแ ม่น้ำแควน้อยเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง
                การคมนาคม การไปมาหาสู่กับชุมชนอื่นๆสะดวกมีลาดยางผ่านหมู่บ้านคือถนนสายว ัดโบสถ์-แควน้อย-พิษณุโลก และถนนสายพิษณุโลก-สระโคล่ วัดโบสถ์และมีรถสารวิ่งรับส่งผู้โดยสารทุก 1 ชั่วโมง
      ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลท้อแท้
               นายทิม   คงจันทร์
               นายเงิน   ปานโท้
               นายเอื้อน   สิงหะ
         (*นายประสิทธ์   กิจบุรุษ อายุ 55 ปี บ้านเหล่าขวัญ* ผู้ให้ข้อมูล พ.ศ. 2548 )  
      บ้านท้อแท้ หมู่ที่ 5 ตำบลท้อแท้
               บ้านท้อแท้ หม่ที่ 5 เป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควน้อยเป็นหมู่บ้านที่แยกมาจาก หมู่ที่ 1 บ้านท้อแท้ ได้ตั้งบ้านเรือนขยายออกไปจนไกลมากขึ้นไม่สะดวกในการติดต่อหรือ ทำกิจกรรมร่วมกัน บ้านท้อแท้หมู่ที่ 5 สามารถติดต่อกับชุมชนอื่นได้สะดวกเช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นๆ
      ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บานท้อแท้
               นายบก   พูลนุช
               นายวิโรจน์   บุญส่งแท้     (คนปัจจุบัน)
          (*นายจวน   บัวบานแย้ม  กำนันตำบลท้อแท้ ผู้ให้ข้อมูล*)  
      บ้านคงกระบาก หมี่ที่ 6
               บ้านคงกำบากหมู่ที่ 6 เป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก อยู่ห่างจากบ้านท้อแท้ หมู่ที่ 1 ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตร
              การคมนาคม การติดต่อกับชุมชนอื่นๆสะดวก มีถนนลาดยางมะตอยสายพิษณุโลก-สระโคล่-วัดโบสถ์ ผ่านกลางหมู่บ้านแต่ยังไม่มีรถโดยสารประจำทาง จากการสัมภาษณ์ ผู้สูงอายุในหมู่บ้านทราบว่ามีการเล่าขานสืบทอดกันว่า บ้านเหล่าขวัญและบ้านวัดโบสถ์ ได้ทำการจับจองที่ดินซึ่งขณะนั้นเป็นที่ว่างเปล่าซึ่งมีสภาพเป็ นป่ารกและมีต้นไม้ขนาดใหญ่ได้แก่ต้นกะบากขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ครั้นต่อมาชั่วลูกชั่วหลานที่ทำมาหากินที่มีที่อยู่เดิมมีน้อยเ นื่องจากการเพิ่มจำนวนประชากรจึงพาไปหักร้างถางพงในที่ดินบรรพบ ุรุษของตนที่ได้จับจองไว้ก่อนแล้วเพื่อทำการเกษตร ในระยะแรกคงจะปลูกพืชไร่ พร้อมกันนั้นก้ได้สร้างที่พักขนาดเล็กเป็นที่พักชั่วคราวชึ่งชา วบ้านเรียกกันว่า ห้างไร่ ห้างนา และเดินทางเข้าไป เย็นกลับ ครั้นต่อมาเนื่องจากต้องเสียเวลาเดินทางไปมาจึงได้ที่พักเป็นกา รถาวรขึ้น โดยมี นาเฟื้อย น้อยบัว เดิมเป็นคนที่มีภูมิลำเนาบ้านท้อแท้ ได้เข้าไปอาศัยอยู่อย่างถาวรเป็นคนแรกหลังจากนั้นประชาชนได้เข้ าไปตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินมากขึ้น ทางราชการจึงได้ประกาศจัดตั้งเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง ชื่อว่า “ บ้านคงกระบาก”เป็นหมู่ที่ 6 ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
      ผู้ใหญ่บ้านคงกระบาก หมู่ที่ 6 ตำบลท้อแท้
           นายเลี่ยม  คงจันทร์
           นายถนัด   เสือจุ้ย
           นายมาลัย   ยงท้วม
           นางณรงค์   บวบดี
           นางรำเพย   บวบดี  (คนปัจจุบัน)   
      บ้านหนองมะคัง หมู่ที่ 7 ตำบลท้อแท้
                บ้านหนองมะคัง หมู่ที่ 7 ตำบลท้อแท้เป็นตำบลหนึงของอำเภอท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของที่ทำการวัดโบสถ์ ประมาณ 5 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้สามารถไปมาหาสู่และติดต่อกับชุมชนอื่นๆได้สะดวก มีถนนลาดยางจากจังหวัดพิษณุโลกผ่านหมู่บ้านนี้ คือถนนสายพิษณุโลก สระโคล่ วัดโบสถ์ สภาพเดิมของหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่รกร้าง มีซากวัดเก่า มีโบสถ์ วิหาร ฯลฯ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า เป็นวัดหนองตาลแต่ก็ไม่มีบ้านเรือนและผู้คนอาศัยอยู่เลย ต่อมาปี พ.ศ.2485 เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรง ทำให้ผู้คนสัตว์เลี้ยงไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นเหตุให้ชาวบ้านแหลม รัง หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านป่าอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกพากันอพยพหนีน้ำเข้ามาอาศัยในที่โนน (ที่สูง) ซึ่งเป็นที่ดินของชาวบ้านหมู่ที่ 4 บ้านเหล่าขวัญ ตำบลท้อแท้ ทำการปกครองอยู่ก่อน ต่อมาราษฎรที่อื่นๆ เช่นบ้านเหล่าขวัญ บ้านวัดโบสถ์ บ้านหนองจอก ได้พากันอพยพเข้ามาอยู่ในสถานที่ดังกล่าวมากขึ้น ในปี พ.ศ.2494 ทางราชการก็ได้ประกาศให้เป็นหมู่บ้านหนองมะคัง ขึ้นกับตำบลท้อแท้ กิ่งอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เหตุที่หมู่บ้านนี้ชื่อว่าหมู่บ้านหนองมะคัง ก็เนื่องจากในบริเวรหมู่บ้านนี้มีเป็นหนองน้ำ มีต้นมะคังขึ้นอยู่ริมขอบหนองน้ำ และทางราชการได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้น ปรากฎว่า นายชัน คตเชย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้าน ต่อมาหลวงพ่อจาง เตปญโญ เจ้าอาวาสวัดทองแท้ ได้ชักนำให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างวัด คือวัดหนองมะคัง (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น วัดสันติวราราม) และสร้างโรงเรียนขึ้นในหมู่บ้าน คือโรงเรียนบ้านหนองมะคัง (จ่างอนุสรณ์) เพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนของ กุลบุตร กุลธดา ดังในปัจจุบันนี้
              หมู่บ้านหนองมะคังเป็นพื้นที่ราบเหมาะแก่การประกอบอาชีพทางการเ กษตร ในสมัยก่อนนั้นจะทำการเกษตรแบบพึงพาตนเอง และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เน้นการทำกินให้พอเพียง เหลือจากการบิโภคจึงจะขาย หรือแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน
      อาชีพของประชาชนในอดีต
            1. การทำนา ทำนาด้วยพันธ์ข้าวต่างๆ เป็นการทำนาปี คือการทำนาปีละครั้ง โดยอาศัยน้ำฝนในการทำนา หรือไม่ก็ทำกังหันวิดน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น หนอง คลอง บึง และจะใช้แรงงานวัว ควายช่วยในการไถ คราด
             2. การเลี้ยงสัตว์ สัตว์ที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นวัว ควาย เพื่อไว้ใชแรงงาน โดยปล่อยให้กินหญ้าตามทุ่งและท้องนา กินน้ำในห้วย หนอง คลอง บึง
             3. การทำไร่ทำสวน ทำสวนมะม่วง ไร่อ้อยไร่มันสำปะหลัง และทำเพียงเล็กน้อย ในบริเวณบ้านซึ่งเป็นที่สูงทำนาไม่ได้ผล
           การประกอบอาชีพของเกษตรกรในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากการก้าวหน้าทางทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปด้วย ชาวนาไม่ได้ทำนาเหมือนสมัยก่อน ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานสัตว์ แต่จะใช้เครื่องจักรกลแทน เช่น รถไถนา รถเกี่ยวข้าว เป็นต้น ใช้ปุ๋ยเคมีแทนปุ๋ยคอก ปุ๋ยมัก ซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง มีผลกระทบต่อดินและสุภาพของประชาชนด้วย

       ผู้ใหญ่บ้านหนองมะคัง
           1. นายชั้น   คตเชย (ผู้ใหญ่บ้านคนแรก)
            2.นายนิมิตร   จันทร์สีทอง
           3. นางมานพ   อินทร์แก้ว (ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน พ.ศ.2548)
          (*นางมานพ   อินทร์แก้ว ผู้ใหญ่บ้านหนองมะคัง ตำบลท้อแท้ และนายเรียง  แก้วทิม อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 7 บ้านหนองมะคัง ผู้ให้ข้อมูล*)     
      บ้านท่ากระดุน หมู่ที่ 8 ตำบลท้อแท้
             บ้านท่ากระดุน ตั้งอยู่ริมขวาของแม่น้ำแควน้อยห่างจากที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ไ ปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร ประวัติและภูมินามของหมู่บ้านนี้นั้นยากต่อการสันนิษฐานว่า มีความเป็นมาอย่างไร ถึงอย่างไรก็ตามได้ได้มีผู้สูงอายุเล่าว่า เดิมทีน่าจะเรียกว่า หมู่บ้านอาดูร คงจะหมายถึงหมู่บ้านของการโศกเศร้า เสียใจ คงจะมาจากนิยายปรัมปราที่เล่าต่อกันมาว่า มีลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งปรากฎหลักฐานว่ามีถิ่นที่อยู่ ณ ที่ใด ถูกบิดามารดาบังคับให้แต่งงานกับชายซึ่งตนเองไม้ได้รักด้วยเลย ครั้นใกล้ถึงวันแต่งงานจึงได้หนีการแต่งงาน ลงเรือพายไปกับคนสนิทพร้อมด้วยเสบียงอาหาร โดยล่องเรือไปตามแม่น้ำน่าน ครั้นถึงหมู่บ้านปากโทกก็แวะเรือขึ้นไปตามฝั่งแม่น้ำแควน้อยและ เมื่อพายเรือไปได้ระยะหนึ่ง จึงจอดเรือเพื่อรับปรทานอาหาร ในเวลานั้นเองนางก็เกิดความโศกเศร้าเสียใจคิดถึงบิดามารดาและถิ ่นกำเนิด และที่ท่าน้ำแห่งนี้เองเรียกว่า ท่าอาดูล และต่อมาเพี้ยนไปเป็นท่ากระดุน ซึ่งเป็นชื่อเรียกกันทุกวันนี้
           การคมนาคมติดต่อกับชุมชนอื่น ได้อาศัยเส้นทางถนนลาดยาง สายพิษณุโลก-แควน้อย-วัดโบสถ์ ผ่านกลางหมู่บ้านและมีรถโดยสารประจำทางวิ่งรับส่งผู้โดยสารตลอด ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง
       ผู้ใหญ่บ้านท่ากระดุน หมู่ที่ 8 ตำบลท้อแท้
             นายพาด  อยู่เพชร
             นายโรม   อยู่เพชร
             นางอุไร   นิ่มบัว
         (*นายโรม   อยู่เพชร อายุ 62 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านท่ากระดุน ผู้ให้ข้อมูล*) 

    ทำรายการเมื่อ: 24-พย.-10at 11:20
 

 


 องค์การบริหารส่วนตำบลท้อแท้
5/1 หมู่ที่ 1 ตำบลท้อแท้  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก 65160
โทรศัพท์ : 055-316509    Fax : 055-291722
E-mail :
admin@thothae.go.th